แอมเนสตี้ 2

แอมเนสตี้ เตือนพรีเมียร์ลีกให้มีการตรวจสอบบุคคลที่จะเป็นเจ้าของสโมสรในพรีเมียร์ลีก

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลหรือองค์กรนิรโทษกรรมสากล ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชนมีสาขาทั่วโลก ได้เตือนให้พรีเมียร์ลีกควรจะต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติและความเหมาะสมของผู้ที่เข้ามาซื้อหรือลงทุนในสโมสรต่างๆ ของพรีเมียร์ลีก ซึ่งความเคลื่อนไหวของแอมเนสตี้ เกิดขึ้นภายหลังจากการตกลงซื้อขายสโมสรนิวคาสเซิลมูลค่า 300 ล้านปอนด์ ต้องถูกยกเลิกไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

แอมเนสตี้ เตือนพรีเมียร์ลีกให้มีการตรวจสอบบุคคล

แอมเนสตี้ 1

โดยการตกลงซื้อขายสโมสรนิวคาสเซิลนั้นเป็นการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างกองทุน Public Investment หรือ PIF ที่บริหารโดยโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฏราชกุมารแห่งซาอุดิอาระเบีย ที่ต้องการถือหุ้นของสโมสรนิวคาสเซิลถึง 80% ส่วน 20 % ที่เหลือจะเป็นของอแมนด้า สตาเวลีย์ เจ้าของบริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุน PCP Capital Partner 10% และ ตระกูลรูเบ็น นักธุรกิจสัญชาติบริติช อีก 10%

แอมเนสตี้ 2

สาเหตุหลักที่แอมเนสตี้ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ เนื่องจากต้องการป้องกันชื่อเสียงและรักษาภาพลักษณ์ให้กับสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ เพราะกลุ่มทุนของซาอุดิอาระเบียที่จะเข้ามาซื้อหุ้นของสโมสรนิวคาสเซิลนั้น มีปัญหาในเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์สำหรับการถ่ายทอดสดกีฬาหลายรายการ อีกทั้งมกุฏราชกุมารแห่งซาอุดิอาระเบียโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมานและประธาน PIF ยังมีส่วนรู้เห็นกับการสังหารนักข่าวและนักวิจารณ์รัฐบาลซาอุดิอาระเบียในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

แอมเนสตี้ยังมีความเห็นอีกว่าบางครั้งการเข้ามาซื้อสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกนั้น เพื่อต้องการใช้ความมีชื่อเสียงของสโมสรต่างๆ มาสร้างภาพลักษณ์ให้กับผู้ที่จะเข้ามาลงทุนในสโมสรฟุตบอล และล้างภาพที่ไม่เหมาะสมที่ผ่านมาได้

แอมเนสตี้ 3

 จากสาเหตุดังกล่าวแอมเนสตี้จึงเรียกร้องให้ทางพรีเมียร์ลีกมีการทบทวนและปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบ บุคคลที่จะเข้ามาเป็นผู้บริหารของสโมสรต่างๆ ในพรีเมียร์ลีก ที่จะต้องกำหนดให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติในส่วนที่เกี่ยวข้องกับศีลธรรม จรรยาบรรณต่างๆ การละเมิดสิทธิมนุษยชน การละเมิดลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดกีฬาประเภทต่างๆ

ทั้งนี้แอมเนสตี้ยังให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกำหนดในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่เป็นเจ้าของสโมสรในพรีเมียร์ลีกนั้นไม่ได้ระบุให้ชัดเจนในเรื่องสิทธิมนุษยชน มีเพียงแต่การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ฟีฟ่ากำหนดไว้เท่านั้น คือ ความมุ่งมั่นที่จะเคารพสิทธิมนุษยชนที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งทางแอมเนสตี้มีความเห็นว่ายังไม่เพียงพอต่อการรักษาภาพลักษณ์ให้กับสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีก

โดยทางพรีเมียร์ลีกได้ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าว เพียงแต่แจ้งว่าพรีเมียร์ลีกได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่จะเข้ามาลงทุนซื้อสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกทุกครั้ง

ได้รับรู้ข่าวสารกีฬา ข่าวกีฬาวันนี้ อัพเดทข่าวกีฬาปัจจุบัน ฟุตบอลต่างประเทศ ความเคลื่อนไหวของนักกีฬาไทย